มาเล่น Twitter กันเถอะ

11 06 2009

twitter-logo_000

จะเชยไปไหมถ้าเพิ่งมาชวนเล่น Twitter ตอนนี้

คอนเซปท์ของ Twitter คือ
การตอบคำถามง่ายๆ เพียงหนึ่งข้อ

“What are you doing?”
“คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

หลายคนอาจจะสงสัยกันนะครับ
ทำไมฉันจะต้องเที่ยวไปบอกใครต่อใครด้วยล่ะว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่
แต่นี่คือการเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน
เราสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนอีกซีกโลกหนึ่งได้
หรือแม้แต่อัพเดทเทรนด์แฟชั่นเพียงปลายนิ้วคลิก

มาเล่น Twitter กันเถอะ
Twitter ของผม คลิกที่นี่





น้ำใจ

16 04 2009

images1

ระหว่างเส้นทาง กรุงเทพ-พัทยา ของผมเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่แทนพนักงานที่เพิ่งลาออกไป
เรื่องอันไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นกับผมถึงสองเรื่องด้วยกัน

หนึ่ง
ยางรถยนต์ที่มีอายุการใช้มานานทั้งสี่เส้น
ปรากฏว่ายางเส้นหนึ่งแตกระหว่างทาง
โชคดีที่ตอนยางแตกนั้นเป็นช่วงที่เข้าเส้นพัทยาเหนือแล้ว
ด้วยความที่มีผู้ใช้รถมากจึงไม่สามารถทำความเร็วได้
มิเช่นนั้น ผมอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่เป็นแน่แท้

สอง
หลังจากที่ผมชะลอรถเข้าเทียบไหล่ทางริมถนนเลียบหาดพัทยา
ยางเส้นหลังขวาของรถยนต์ฉีกขาดเป็นริ้ว
สันนิษฐานว่าเกิดจากความร้อนของอากาศและความเร็วที่ใช้บน Motorway
ในขณะที่ผมเพิ่งจะยกรถขึ้นด้วยแม่แรงและกำลังพยายามใช้มือแงะฝาครอบล้อออกอยู่นั้น
พี่ผู้หญิงท่านหนึ่งเดินมาด้อมๆ มองๆ พร้อมกับถาม

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

ผมเงยหน้าจากล้อรถยนต์ของผม แล้วตอบไปด้วยความพยายามที่จะโชว์แมน

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากครับ”

หลังจากพูดคุยกันอีกสองถึงสามคำ เมื่อได้ใจความว่าผมแกะฝาครอบล้อไม่ออก
เธอก็เสนอตัวไปหยิบอุปกรณ์เท่าที่เธอจะหาได้มาช่วยผม
ไม่นาน เธอกลับมาพร้อมกับ ช้อน และ ส้อม ซึ่งช่วยให้ผมแกะฝาครอบล้อออกได้ง่ายภายในเวลาไม่กี่วินาที
แล้วผมก็เก้ๆ กังๆ อยู่สักพัก จู่ๆ ก็มีน้องร้านเตียงผ้าใบให้เช่าเดินมาหาผม

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับพี่”

ยังไม่ทันตอบอะไร น้องชายคนนั้นก็กุลีกุจอช่วยผมถอดล้อออกอย่างคล่องแคล่ว
เพื่อนของเขาตามมาสบทบอีกสองคน เดาว่าคงมาให้กำลังใจ
ระหว่างนั้นเอง ผมเพิ่งสังเกตว่ามือผมเป็นแผลพองตอนไหนก็ไม่ทราบได้
ผมยืนดูเขาเปลี่ยนล้อให้ผม พี่ผู้หญิงก็ชักชวนให้น้องๆ ไปทานน้ำอัดลมที่ร้าน
น้องๆ เหล่านั้นได้แต่ปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
เมื่อเสร็จ ผมจึงตอบแทนเขาด้วยสินน้ำใจเล็กน้อย
ทีแรกเขาก็ปฏิเสธความหวังดีของผม
แต่ผมไม่เลิกความพยายาม ทำไมจะต้องให้เขามาช่วยเราฟรีๆ ล่ะ
ในที่สุดเขาก็รับไป แต่สิ่งที่ผมได้สิ มากกว่าคำขอบคุณเสียอีก

อยากให้ประเทศไทยมี เขา และ เธอ แบบนี้เยอะๆ จัง





อาบแดด

9 04 2009

boracay_sun_bathing1

คืนหนึ่งที่ผมขับรถผ่านไปตามถนนสีลมอันจอแจไม่แพ้เวลากลางวัน

ผมมองเห็นชายเร่ร่อนไร้บ้านคนหนึ่งนอนหงายอาบแสงไฟอยู่ใต้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง
หน้าตาบ่งบอกถึงความสุขเท่าที่เขาพึงจะมีได้
ดวงตาทั้งคู่หลับพริ้มอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาผู้คนผ่านไปผ่านมา

นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความสุขที่แท้จริงกระมัง
ไม่ต้องดิ้นรนไปอาบแดดถึง เฟรนช์ ริเวียร่า เหมือนใครหลายๆ คน
ความสุขง่ายๆ อยู่ใกล้ตัวอย่างคิดไม่ถึง

หรือบางคนอาจจะไม่เคยคิดเลยก็เป็นได้





ความตาย

27 03 2009

death-tarot-card2

ผมเคยสัมผัสความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง

มันเกิดขึ้นเมื่อชั่วขณะที่รถกระบะคันนั้นพุ่งเข้าชนร่างของผม
ความเย็นยะเยียบพุ่งเสียดแทงเหมือนมีดนับพันๆ เล่มที่คอยกรีดให้เลือดเนื้อไหลทะลักออกมา
ผมตกอยู่ในภวังค์แห่งความมืดมิดเป็นเวลานาน
รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาตามอวัยวะต่างๆ
แล้วสติสัมปชัญญะของผมก็ดับวูบลง…

:ในจิตผม:

:รู้สึกได้ถึงความนิ่ง:

:ความสงบอันเป็นนิรันดร์:

:ความปลอดโปร่ง:

:มันโล่งและสบายไปหมด:

…แสงสว่างสีขาวเจิดจ้าทิ่มแทงเข้ามาในดวงตาของผม
สายน้ำเกลือใสๆ ห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด
รอบเตียงมีญาติพี่น้องและเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลคอยเฝ้าดูด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย
ผมกลับมาแล้ว กลับมาสู่โลกแห่งการมีชีวิตแล้ว
ผมยังไม่ตายใช่ไหมครับหมอ

แล้วคุณล่ะ…เคยสัมผัสความตายหรือยัง?





Common sense

20 03 2009

42-19472778

เคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่าทำไมคนไทยหลายๆ คนถึงได้ไม่มี คอมมอน เซนส์ เอาเสียเลย

เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากที่ทำงานของผมครับ ตรงอ่างล้างจานจะไม่มีที่คว่ำแก้วให้
ล้างเสร็จก็ควรจะเช็ดให้แห้ง แล้วก็นำไปเก็บในตู้หรือจะไปเก็บที่ไหนก็ตามใจท่าน
แต่ท่านกลับเอาคว่ำไว้บนผ้าที่ปูอยู่บน Counter ครัว แล้วมันจะแห้งได้ยังไงล่ะฮะ?
อากาศก็เข้าไม่ได้ แก้วก็เหม็นอับ เป็นละอองน้ำอยู่ข้างใน
นี่ถ้าไม่มีใครเข้ามาเห็น โอกาสที่จะเกิดเชื้อราก็มีมากพอสมควร

หรือจะเป็นเรื่องที่เวลามีลูกค้ามาขอเบอร์โทร ที่อยู่ ฯลฯ ของเจ้านาย
มันสมควรมั้ยที่จะให้เค้าไป แทนที่จะขอชื่อและเบอร์คนนั้นมาให้เลขา
ตัวเราเองยังไม่ชอบให้คนอื่นเอาเบอร์เราไปแจกเลย จริงมั้ยครับ

เรื่องแบบนี้มันไม่ต้องคิดก็ควรนึกได้แล้วอ่ะนะครับ
แล้วที่เห็นทำๆ กันอยู่เนี่ย ก็ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น
ยังงี้จะมีหน้าที่ไหนไปสั่งไปสอนเด็กมันล่ะครับ

บางเรื่องที่อาจจะไม่ใช่ Common sense แต่มันเป็นมารยาททางสังคม
นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยมักจะละเลยไป

ง่ายๆ เลย การขึ้นบันไดเลื่อน ขึ้นแล้วควรยืนชิดซ้าย เพื่อให้คนอื่นที่รีบไปทางขวาได้สะดวก
บันไดธรรมดาก็ไม่ต่างกันนะครับ หลักการเดียวกัน Adapt มาใช้ได้
เจอกับตัวเองเต็มๆ บ่อยๆ เดินกันเป็นห้าสาว Wonder girls แผ่ขยายอาณานิคมเต็มบันไดเลย
ไม่รู้ว่าขึ้น-ลงบันไดหรือมาเดินแบบกันแน่
บางครั้งผมรีบๆ เดินไปจ่อหลังซะจนหายใจรดต้นคอ เห็นขนอ่อนหลังคอลุกซู่
แต่คุณเธอก็ยังไม่ยั่น ชั้นจะยังคง Concept การเดินแบบบน Catwalk ตามแบบฉบับของชั้นต่อไป

ลิฟท์เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนมักจะละเลยเรื่องมารยาทครับ
ไอ้เรื่องลิฟท์เปิดแล้วไม่รอให้คนในลิฟท์ออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าเนี่ยเรื่องนึง
แต่ไอ้เรื่องที่คนตรงประตูลิฟท์ยังไม่ลง
แต่ไอ้คนที่อยู่ในสุดอยากจะลงใจจะขาด
แต่มันออกไปไม่ได้เพราะไม่มีใครยอมขยับก้าวออกจากลิฟท์ซักคน
นี่กะจะยืนกั้นประตูเงินประตูทองงานวิวาห์แห่ขันหมากกันหน้าลิฟท์เลยใช่มั้ย
กว่าจะทำตัวลีบเล็กแทรกร่างออกมาได้เล่นเอาหัวหูยุ่งเหยิงกระเซิงไปตามๆ กัน
ถ้าออกมายืนรอให้คนข้างในออกมาแล้วค่อยเดินกลับเข้าไปมันจะตายมั้ย
หรือว่ากลัวคนตรงแผงควบคุมไม่รัก “ออกไปแล้วใช่มั้ย ชั้นจะปิดประตูลิฟท์เดี๋ยวนี้แหละ นี่แน่ะๆๆ”

BTS และ MRT ยอดนิยมเรื่องมารยาท
เสียงเจ้าหน้าที่สาวสวยก็ประกาศอยู่ทุกสถานีที่จอด
“กรุณาเดินเข้าด้านในขบวนรถ บลาๆๆ”
ทำหูทวนลมซะงั้น
คนเข้ามาใหม่จะเข้าก็เข้าไม่ได้ เพราะเจอปราการด่านสุดท้ายของท่านชายดักอยู่เต็มหน้าประตู
ข้างในโล่งมาก โล่งแบบเล่นฟุตซอลได้เลย
ยิ่งมาจอดสถานีฮิตๆ เช่น สยาม อโศก ศาลาแดง ฯลฯ แทบจะไม่ต้องพูดถึง
คนเข้าก็เข้าไม่ได้ คนออกก็ออกไม่ได้
อาเฮีย อาเจ้ หน้าประตูยืนเฉย เป็นทองไม่รู้ร้อน
ซักวันจะลองเอาไฟแช็คไปลนตูด ดูสิว่าจะเดินมั้ย

ตอนแรกว่าจะจบแค่นี้ แต่นึกออกอีกที่ ขอหน่อยละกันครับ

เคยไป Shopping กันมั้ยครับ
อันนี้ไม่ใช่ Shopping สวยๆ กิ๊บๆ ตามพารากอนนะครับ
ผมกำลังพูดถึงตามตลาดนัดบ้านเรา จตุจักร สวนลุมไนท์ ลามไปถึงบางลำภู และอีกมากมาย
เคยมั้ยที่เดินดูของเรื่อยๆ อยู่แล้วคนข้างหน้าหยุดกะทันหันเพื่อดูของข้างทาง
เดินก็ไม่เดิน ทางก็แคบ คนก็เยอะ มึงช่วยหลบๆ เบียดๆ เข้าไปในร้านหน่อยไป
มีการชี้ชวนชม “ที่รัก ดูสิ สวยเนอะ วุ้ย แต่แพงจัง ไม่เอาดีกว่า เอ แต่สีนั้นก็สวยเนอะ จะดีมั้ยน้า พี่คะ ลดได้อีกมั้ย ไม่ได้แล้วเหรอ น่า นะคะ…..”
ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ในร้านก็มีที่ให้ยืน หลบเข้าไปหน่อยสิ มายืนอ้อล้อกันอยู่นั่นแหละ แถวยาวไปถึงสุไหงโกลกแล้ว





ไฟแดง – ไฟเขียว

18 03 2009

rw005369

ไฟแดง

สายตาของผมเหม่อมองออกไป ณ ฟุตบาทริมถนนกลางเมืองหลวง
ถึงแม้จะเป็นเวลาดึกแล้วก็ตามที แต่สัญญาณไฟจราจรยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ที่หน้าธนาคารนั่นเอง…
ผมพบหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง แต่งกายในชุดที่ไม่สู้จะแสดงฐานะว่าร่ำรวยซักเท่าไร
เธอคงจะมีอาชีพขายอาหารอยู่ริมถนนแห่งนี้
และเธอกำลังเก็บร้าน
ผมเห็นเธอปาดเหงื่อเม็ดแล้วเม็ดเล่าบนใบหน้าอันไร้ซึ่งสีสันสวยงามของเครื่องสำอาง
ในขณะที่เธอกำลังยกจานชามไปล้าง
เธอสะดุดอิฐบล็อคตัวหนอนที่ปูไว้อย่างไม่ราบเรียบ
จานชามนับสิบใบที่เธอถือมาด้วยนั้นหล่นแตกกระจาย
เธอหน้าคว่ำคะมำไปกับพื้น
เดชะบุญที่เธอไม่โดนเศษจานชามเหล่านั้นบาด
เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่จะค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาจากพื้น
ผมสาบานได้ว่าผมเห็นน้ำตาเอ่อไหลออกมาจากดวงตาที่แฝงไว้ด้วยแววมุ่งมั่นของเธอ

ไฟเขียว

ขบวนรถที่ติดไฟแดงอยู่นั้น
บัดนี้ค่อยๆ เคลื่อนที่ออกไปอย่างช้าๆ
ผมละสายตาจากภาพสะเทือนใจนั้น
กลับมาอยู่ในโลกของตัวเองอีกครั้ง
หูฟังเครื่องเล่นไอพอดยังเสียบคาไว้บนหูของผม
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งวางตลาดได้ไม่นานของผมก็ดังขึ้น
“เออ มึงอยู่หน้าร้านแล้วใช่ป่าว กูกำลังจะถึงแล้วเนี่ย มึงเปิดเหล้าไว้เลยนะ กูไปถึงจะได้แดกเลย”
เมื่อถึงที่หมาย ผมล้วงกระเป๋าเงินของผม
หยิบแบงค์ร้อยสองใบส่งให้กับโชเฟอร์แท็กซี่
แล้วลงจากรถไปสมทบกับเพื่อนที่รออยู่หน้าร้านทันที





หลงทาง!

17 03 2009

42-21636909

คุณรู้ไหมว่ามันลำบากขนาดไหนกว่าจะหาทางกลับมาที่นี่ได้!?

หลายๆ คนคงจำได้ใช่ไหมครับว่าผมเคยมีชื่อโดเมนของผมเอง
แต่ผมตั้งใจปล่อยมันโดนตัดเองแหละครับ ไม่อยากต่ออายุชื่อนั้นแล้ว

ด้วยความ Self อย่างยิ่งยวด เลยไม่จดข้อมูลอะไรไว้เลย
ปรากฏว่าลืมพาสเวิร์ดครับพี่น้องครับ
กด Lost your password มันก็ส่งไปเมล์ที่ชื่อโดเมนโดนลบไปแล้ว
อย่างนี้ก็เช็คไม่ได้น่ะสิ ใช่ เช็คไม่ได้
ที่หายไปเป็นปีเนี่ย ไม่ใช่อะไรนะ จำรหัสผ่านไม่ได้

อายว่ะ

จนไปสร้างบ้านใหม่โพสบ้างหายบ้าง
เพราะรู้สึกไม่อบอุ่นเหมือนบ้านหลังนี้ (น้ำเน่าเนอะ)

ในที่สุดผมก็หาทางกลับบ้านเจอ
เหมือนมีเทพคอยชี้นำทางพาผมกลับมาพบกับสิ่งที่ใช่
คือเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ครับ
ตอนแรกกะจะเมล์ไปบอกให้ทาง WP ปิดบ้านนี้แล้ว
แต่ก็แบบ เอ๊ะ ลองเช็คดูกับทางบริษัทที่จดชื่อโดเมนหน่อยดีกว่า
ได้ความว่าเค้าให้ลองเข้าไปเช็คเมล์ดูอีกทีครับ
Mail Box มันยังอยู่ เพียงแต่เมล์มันรับ-ส่งไม่ได้แล้ว แค่นั้นเอง
ดูแล้วก็จริงด้วย เมล์เต็มไปหมดเลย แต่เป็น Junk Mail นะ
โชคดีที่ไม่ได้ลบเมล์ที่มันแจ้งพาสเวิร์ดมาให้ตอนแรกออกไป
ตอนนี้ถึงได้สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว

เราจะไม่จากกันไปไหนอีกแน่นอน

(คุ้นๆ เหมือนมาจากการ์ตูนเรื่องไหนซักเรื่องแฮะ)





ขอโทษนะคะ

16 03 2009

42-20292228

เป็นปกติทุกวันที่ผมจะขับรถไปทำงานตอนเช้า
ปกติแล้วเนี่ย ผมจะจอดรถที่ชั้น G ซึ่งเป็นชั้นแรก
เพราะไปแต่เช้าเลยได้จอดแถวๆ นั้น

แต่วันนี้ วันที่รอคอยก็มาถึง
บังเอิญว่าดันมีคนไปถึงเช้ากว่าผม
ทำให้ที่จอดรถชั้น G เต็มหมดครับ

ไม่เป็นไร ไม่รีบ ชิลๆ

วนรถขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 1
จริงๆ มันจะมีชั้น G GA 1 1A อะไรเทือกๆ นี้แหละครับ
ตลอดทางก็จะเป็นที่จอดรถของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์มากหน้าหลายตา
มีการเติม ’s แสดงความเป็นเจ้าของอยู่ทุกช่องทุกซอย

เมื่อวนขึ้นมาถึงชั้น 1 เจอ Yaris กำลังถอยเข้าซองอยู่ครับ
ผมก็มองป้ายที่แปะแสดงความเป็นเจ้าของไว้ XX7171
แล้วผมก็มองทะเบียนรถโดยอัตโนมัติ YY1234

อ้าว ไม่ตรงกันนี่หว่า แหม ทำเนียน

สายตาเจ้ากรรมดันเผลอไปมองคนขับกับผู้โดยสารโดยไม่รู้ตัว
คนขับ สาว คนนั่ง ก็สาว
ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไร ขับไปจอดอีกมุมที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
พอดับเครื่อง หิ้วข้าวของอะไรเรียบร้อย จะเดินไปขึ้นลิฟท์
บังเอิญว่าลิฟท์มันอยู่หน้า Yaris คันนั้นพอดี

“ขอโทษนะคะ”

อ๊ะ แต่เช้าเลยวุ้ย แม่คนนั่งถามต่อ

“เมื่อกี้มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ?”

อ้าว หาเรื่องซะงั้น
อยากจะตอบไปใจจะขาด
ผมไม่ได้มองคุณ ผมมองรถ!
สำคัญตัวเองผิดไปรึเปล่าจ๊ะ น้องสาว
แล้วจอดทับที่ชาวบ้าน ระวังโดนลากนะจ๊ะ

แต่ด้วยความเป็น Professional เลยได้แต่มองไปที่เธอคนนั้นอย่างช้าๆ แล้วตอบว่า

“เปล่านี่ครับ ไม่มีอะไรครับ”

แล้วก็รีบเดินมารอลิฟท์เลย 555+

ระหว่างที่รอลิฟท์นั่นเอง
ได้ยินเสียงคนขับพูดกับคนนั่ง
“เค้าบอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรสิ”
อยู่ตลอดเวลา

ไม่เลิกแฮะ

สงสัยครับว่าเดี๋ยวนี้วัฒนธรรมมองหน้าหาเรื่องมันเริ่มลุกลามเข้าสู่หมู่สตรีแล้วหรือครับ





2008 New Year’s Resolutions

30 12 2007

เนื่องในโอกาสวันดีปีใหม่ 2551

ผมขอตั้งปณิธานใหม่สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้

อันได้แก่…

1. จะเป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้น
เพราะตอนนี้ผมก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามีอะไรต้องรับผิดชอบมากขึ้น
ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเอง เรื่องงาน เรื่องชีวิต
แต่รวมไปถึงเรื่องของครอบครัว พ่อ แม่
จะมาทำเล่นๆ เหมือนตอนเป็นเด็กไม่ได้อีกแล้ว

2. จะประหยัดให้มากขึ้น
เพราะเท่าที่เป็นอยู่ยังใช้เงินฟุ่มเฟือยอยู่พอสมควร
อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้
แต่เท่าที่รู้คือจะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลัง
คิดถึงวันข้างหน้าให้มากๆ

3. จะออกกำลังกายให้มากขึ้น
เพราะหลายคนเริ่มบ่นกับผมว่าผมอ้วนขึ้น
และผมเองก็เห็นด้วยว่าพุงเริ่มย้อย
คงต้องไปออกกำลังกายให้คุ้มกับเงินค่ายิมที่เสียไป
จะได้กลับมาใส่เสื้อที่เคยใส่ไม่ได้ซะที

เหล่านี้เป็นเพียงปณิธานของผมเท่านั้น

ผมอาจจะทำไม่สำเร็จแต่ผมสัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด

ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่นี้และปีใหม่ต่อๆ ไปนะครับ





ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

10 10 2007

“ชิดในหน่อยเพ่ รถขาดระยะนะค้าาา”

เสียงกระเป๋ารถเมล์วัยเกือบขึ้นเลขสามเจื้อยแจ้วมาตามสายลม
ทว่าน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่านั้นหาได้มีความหมายเป็นเช่นนั้นไม่
กลับเจือปนด้วยอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากับการทำงานมาตลอดทั้งวัน

ผมมองไปที่เบาะยาวด้านหน้าของรถร่วมบริการคันนี้
พบกับเด็กชายหน้าตามอมแมมนั่งอยู่บนเบาะ ดูแล้วอายุไม่น่าเกินห้าขวบ
เมื่อกระเป๋ารถเมล์ปฏิบัติภารกิจของตนเป็นที่เรียบร้อย เธอจึงเดินมาหาเด็กน้อยคนนี้

“เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้วนะจ๊ะ อดทนหน่อยนะลูก”

ผมหันกลับไปมองสำรวจภายในรถ
เป็นปกติที่เวลาประมาณสองทุ่มเช่นนี้คนจะเต็มคัน
ทุกคนต่างต้องการกลับบ้านไปหาครอบครัวกันทั้งนั้น

ผมก็เช่นกัน…

‘รถคันนี้ขับเร็วเหลือเกิน’ ผมคิดเงียบๆ อยู่ในใจ
เร็วขนาดที่ว่าคนที่นั่งอยู่ตามเก้าอี้ต่างตัวลอยทุกจังหวะที่รถเบรค ออกตัว หรือขึ้นลงสะพาน
ผมเองที่ยืนโหนราวอยู่ก็ยังต้องเหวี่ยงหน้าเหวี่ยงหลังตามแรงกระชากของรถไปด้วย

ผมเหลือบไปมองที่หน้ารถอีกครั้ง
เด็กชายยืนขึ้นบนเบาะด้วยอารามอยากจะเล่น พลางส่งเสียงที่ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ อดยิ้มไม่ได้
คนขับปรามเด็กชายให้นั่งลง แต่ยังคงเหยียบคันเร่งจนจมเท้าอยู่เช่นเดิม

“ระวัง!”

ไม่ทันสิ้นเสียงของกระเป๋ารถเมล์
รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งโผล่มาจากไหนไม่ทราบได้
ขับตัดหน้ารถเมล์ที่ผมกำลังโดยสารอยู่

เท้าของคนขับเปลี่ยนมาเหยียบเบรคอย่างกะทันหัน
เด็กน้อยเสียหลัก ล้มลงหัวฟาดกับกระจกหน้ารถ เลือดสดๆ หลั่งรินเหมือนไขเปิดก๊อกทองเหลือง
รถหยุดนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้เห็นเหตุการณ์

เหงื่อกาฬไหลเยิ้มตามใบหน้าของคนขับ ลำคอแห้งผากเป็นผง
หันไปมองลูกของตนนอนแน่นิ่งจมกองเลือด
กระเป๋าสาวร้องไห้ปิ่มจะขาดใจวิ่งเข้ามากอดร่างไร้ชีวิตของเด็กชาย

“พ่อขอโทษ…พ่อขอโทษ…พ่อขอโทษ!!!”